วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

นาฏสิลป์


                           เพลง นาฎศิลปื

    รำวงมาตรฐานเป็นการรำคู่  เกี้ยวพาราสีกันระหว่างชายและหญิง  เป็นการรำที่ใช้กระบวนการใช้ร่างกายในการรำที่สมบูรณ์ มีการใช้ทุกอวัยยวะทุกส่วนของร่างกายในการรำอย่่างครบถ้วน จากที่กระผมได้เรียนรำวงมาตรฐานมาทำให้กระผมมีความชื่นชอบในการเรียนรำวงมาตรฐานมาก เพราะเพลงที่ใช้รำก็มีความอ่อนช้อย อ่อนหวาน และเป็นเพลงปลุกใจ สนุกสนาน มีด้วยกันทั้งหมด 10 เพลง รำแล้วมีความสนุกสนานกับคู่  และหมู่คณะในกลุ่มรำวงมาตรฐานด้วย
      1  คุณค่าความเป็นไทย  เพลงที่ใช้ในการรำวงมาตรฐานเป็นเพลงที่มีเนื้อร้องภาษาไทย  ฟังแล้วติดหู และจำง่าย และก่อนจะรำนักแสดงก็ต้องทำความเคารพกันโดยการไหว้ซึ่งกันและกันเพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย  ท่ารำแต่ละเพลงก็มีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป  นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่มารำก็มักจะชอบในการรำวงมาตรฐานเพราะท่ารำเป็นแบบพื้นฐานไม่ยากจนเกินไปเพลงก็มีความสนุกสนาน จำง่าย  และเมื่อรำเสร็จก็ต้องทำความเครารพคู่รำของตัวเอง ก่อนจะออกจากวงรำ โดยการไหว้ เป็นการสอนวัฒนธรรมไทยให้ชาวต่างชาติไปในตัวด้วย
      2  คุณค่าความบันเทิงแบบไทย รำวงมาตรฐาน เป็นการรำแบบคู่ชายและหญิง เดินคู่กันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ เล็ก แล้วแต่จำนวนของนักแสดง และสถานที่  ท่ารำของรำวงมาตรฐานก็เป็นแบบแผน นิยมรำตามต้นฉบับ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงท่ารำได้  ส่วนเพลงที่ใช้ในการรำวงมาตรฐานมีทั้งหมด 10 เพลงรำตามลำดับตั้งแต่เพลงแรก จนถึงเพลงที่ 10 ดังนี้
ชื่อเพลงและท่ารำ
1  งามแสงเดือน                 ชายและหญิง      สอดสร้อยมาลา 
2  ชาวไทย                         ชายและหญิง     ชักแป้งผัดหน้า 
3  รำมาซิมารำ                    ชายและหญิง     รำส่าย 
4  คืนเดือนหงาย                 ชายและหญิง      สอดสร้อยมาลาแปลง 
5  ดวงจันทร์วันเพ็ญ            ชายและหญิง      แขกเต้าเข้ารัง และผาลาเพียงไหล่ 
6  ดอกไม้ของชาติ              ชายและหญิง      รำยั่ว  
7  หญิงไทยใจงาม              ชายและหญิง      พรหมสี่หน้า และ  ยูงฟ้อนหาง 
8  ดวงจันทร์ขวัญฟ้า           ชายและหญิง      ช้างประสานงา และจันทร์ทรงกลด 
9  ยอดชายใจหาญ             ชาย - จ่อเพลิงกาล  หญิง - ชะนีร่ายไม้ 
10 บูชานักรบ                     ชาย - จันทร์ทรงกลด และขอแก้ว หญิง - ขัดจางนางและล่อ
แก้ว 
    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นาฏศิลป์ รำวงมาตรฐาน
แหล่งอ้างอิง
https://www.google.co.th/search?q=นาฏศิลป์&oq=น&aqs=chrome.

เพลงชาวไทย
 

                          ชาวไทยเจ้าเอย    ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่
           การที่เราได้เล่นสนุก    เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้
  เพราะชาติเราได้เสรี    มีเอกราชสมบูรณ์
    เราจึงควรช่วยชูชาติ    ให้เก่งกาจเจิดจำรูญ
     เพื่อความสุขเพิ่มพูน     ของชาวไทยเราเอย.


เพลงรำมาซิมารำ 


 รำซิมารำ     เริงระบำกันให้สนุก
ยามงานเราทำงานจริงจริง    ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญทุกข์
      ถึงยามว่างเราจึงรำเล่น    ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์
 ตามเยี่ยงอย่างตามยุค    เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรม
    เล่นอะไรให้มีระเบียบ    ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำ
  มาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ    มาเล่นระบำของไทยเราเอย.


เพลงคืนเดือนหงาย

ยามกลางเดือนหงาย     เย็นพระพายโบกพริ้วปลิวมา
         เย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต     เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอา
เย็นร่มธงไทยโบกไปทั่วหล้า     เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอย


เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ

   ดวงจันทร์วันเพ็ญ      ลอยเด่นอยู่ในนภา
           ทรงกลดสดสี     รัศมีทอแสงงามตา
    แสงจันทร์อร่าม    ฉายงามส่องฟ้า
     ไม่งามเท่าหน้า    นวลน้องยองใย
                 งามเอยแสนงาม    งามจริงยอดหญิงชาติไทย
งามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา    จริตกิริยานิ่มนวลละไม
          วาจากังวาน    อ่อนหวานจับใจ
  รูปทรงสมส่วน    ยั่วยวนหทัย
        สมเป็นดอกไม้    ขวัญใจชาติเอย.


แหล่งอ้างอิง
https://blog.eduzones.com/



วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

องค์ประกอบของดนตรี

                      องค์ประกอบของดนตรี
 องค์ประกอบของดนตรี คือ ส่วนสำคัญพื้นฐานที่ทำให้เกิดเป็นดนตรีขึ้น ทั้งนี้โดยจะกล่าวถึงองค์ประกอบของดนตรีโดยรวม มิได้ยึดเอาหลักเกณฑ์ของดนตรีใดเป็นมาตราฐาน องค์ประกอบของดนตรีที่สำคัญประกอบไปด้วยปัจจัยเหล่านี้คือ เสียง ทำนอง เสียงประสาน จังหวะ และรูปแบบของดนตรี 

1.3.1 เสียง (Tone)         เป็นการยากที่จะกล่าวหรือระบุได้ว่าดนตรีเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด ทั้งนี้เนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานมาอ้างอิงได้อย่างแน่ชัด จึงได้แต่เพียงสันนิษฐานและตั้งข้อสังเกตจากโบราณวัตถุหรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน โดยสันนิษฐานตามหลักการและเหตุผล และคำนึงถึงความเป็นไปได้มากที่สุด ข้อสันนิษฐานที่เกี่ยวกับกำเนิดของดนตรีมีดังนี้
        
ลักษณะเสียงที่เรียกว่า Tone นั้นจะมีความแตกต่างไปจากเสียงที่มีความหมายว่า Noise เนื่องจากลักษณะของการเกิดเสียงที่เรียกว่า Tone นั้นเกิดจากการสั่นสะเทือนของอากาศอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเสียงในความหมายว่า Noise นั้นเกิดจากการสั่นสะเทือนของอากาศที่ไม่สม่ำเสมอ เสียงดนตรีไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เกิดจากการเป่า การร้อง การดีด หรือการสี จะเป็นลักษณะเสียงที่เรียกว่า Tone เพราะการสั่นสะเทือนเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

  
   เสียงประกอบไปด้วยคุณสมบัติสำคัญ 4 ประการคือ ระดับเสียง ความสั้นยาวของเสียง ความดังเบาของเสียง และสีสันของเสียง

                                                    ระดับเสียง (Pitch)
               
ระดับเสียง หมายถึง ความสูงต่ำของเสียงในเชิงภายภาพ หากความถี่ของการสั่นสะเทือนเป็นไปอย่างรวดเร็ว จะทำให้เกิดเสียงสูง ถ้าความถี่ของการสั่นสะเทือนเป็นลักษณะช้า จะทำให้เกิดเสียงต่ำ หูของมนุษย์สามารถแยกเสียงตั้งแต่ระดับความถี่ของการสั่นสะเทือน 16 ครั้ง / วินาที จนถึง 20,000 ครั้ง / วินาที

     ความสั้น - ยาวของเสียง (Duration)
               
เสียงดนตรีจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของความสั้นยาวของเสียง กล่าวคือบางครั้งเราจะได้ยินลักษณะของการลากเสียงยาวๆ หรือบางครั้งก็จะเป็นลักษณะห้วนๆสั้นๆ ความแตกต่างกันในลักษณะนี้เรียกว่า ความสั้น - ยาวของเสียง
 ความดัง - เบาของเสียง (Dynamics)
               เสียงดนตรีจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของความดัง - เบาของเสียงเช่นกัน กล่าวคือบางครั้งเราจะได้ยินการบรรเลงเพลงที่มีเสียงดัง อึกทึกครึกโครม ตรงกันข้ามบางครั้งก็จะได้ยินเสียงดนตรีที่นุ่มนวล หรือแผ่วเบา ลักษณะของการเกิดเสียงแบบนี้เรียกว่า ความดัง - เบาของเสียง
  ความดัง - เบาของเสียง อาจจะเกิดขึ้นในลักษณะเบาหรือดังขึ้นทันทีทันใด หรืออาจจะเป็นลักษณะค่อยๆเบาลงหรือค่อยๆดังขึ้น ในดนตรีตะวันตกจะมีการบอกหรือแสดงเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องบรรเลงอย่างไร โดยใช้อักษรย่อจากคำเต็มในภาษาอิตาเลียน ได้แก่ 

fffมาจากคำเต็มว่า   fortississimoหมายถึง   ดังที่สุด
ffมาจากคำเต็มว่า   fortissimoหมายถึง   ดังมาก
fมาจากคำเต็มว่า   forteหมายถึง   ดัง
mfมาจากคำเต็มว่า   mezzo forteหมายถึง   ปานกลางค่อนข้างดัง
mpมาจากคำเต็มว่า   mezzo pianoหมายถึง   ปานกลางค่อนข้างเบา
pมาจากคำเต็มว่า   pianoหมายถึง   เบา
ppมาจากคำเต็มว่า   pianissimoหมายถึง   เบามาก
pppมาจากคำเต็มว่า   pianississimoหมายถึง   เบาที่สุด
                    และยังมีสัญลักษณ์ที่แสดงถึงลักษณะเสียงที่ค่อยๆดังขึ้น เรียกว่า Crescendo และค่อยๆเบาลง เรียกว่า Decrescendo อีกด้วย
                   ในวัฒนธรรมดนตรีอื่นๆอาจจะไม่ได้มีเครื่องหมายแสดงลักษณะเสียงที่ชัดเจน แต่การบรรเลงจะเป็นไปในลักษณะของการใช้ความรู้สึกเป็นตัวกำหนด
                   สีสันของเสียง (Tone Color) 
                   สีสันของเสียง (Tone Color หรือ Timbre) หมายถึง ความแตกต่างของเสียงซึ่งมาจากแหล่งกำเนิดเสียงที่ต่างกัน ซึ่งได้แก่เสียงของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ รวมไปถึงเสียงร้องของมนุษย์ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในบทเพลงๆหนึ่ง หากขับร้องโดยผู้ชายก็จะได้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการขับร้องโดยผู้หญิง หรือในการบรรเลงดนตรี หากเป็นการบรรเลงเดี่ยวก็จะมีความแตกต่างไปจากการบรรเลงเป็นวง หรือบรรเลงโดยเครื่องดนตรีที่ต่างชนิดกัน ลักษณะที่แตกต่างกันนี้เรียกว่าสีสันของเสียง
                  คุณสมบัติทั้ง 4 ประการของเสียงรวมกันทำให้เกิดเสียงดนตรีที่หลากหลายจนทำให้ดนตรีเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง โดยสรุปเสียงดนตรีมีได้ตั้งแต่ ต่ำ - สูง สั้น - ยาว เบา - ดัง และมีเสียงที่แตกต่างกันของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด



    

ชุมนุมดนตรี

                     ชุมนุมดนตรี 



อ่านเพิ่มเติม

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ข้อมูลส่วนตัว

 



                              ประวัติส่วนตัว

                                                        ด.ช. สุทิน  สิงห์บ้านหมอ  ชั้น ม.3  เลขที่ 13
                                               เรียนอยู่โรงเรียนบ้านวังอ้อ    อำเภอสากเหล็ก  จังหวัดพิจิตร
                                              สถานโสด  เฟส พิ์ อั่น สามชั้น id ไลน 0949093019

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

LINE เกมเศรษฐี มาหาสนุก



                   เกมคลาสสิคสุดฮิต เล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย มาแล้วในมือถือ - ทอยลูกเต๋า แล้วออกไปท่องเที่ยวแบบไฮโซในโลกกว้างกัน!
เกมสุดมันส์ ลุ้นรวยเงินล้านได้ทุกที่ทุกเวลา - แต่ระวัง อย่าให้ล้มละลายล่ะ!

ท่องเที่ยวไปทั่วประเทศ ทั่วทุกมุมโลก และบุกไปยังอวกาศ - ลุ้นไปเมืองและดาวต่างๆ ซื้อแล้วสร้างแลนด์มาร์คเป็นของตัวเองให้หมด!

ซื้อต่อเพื่อนให้เรียบ
เล็งให้แม่น ทอยให้โดนเมืองที่ต้องการ แล้วซื้อเลย!
ให้การ์ดคาแรคเตอร์ จี้เครื่องราง และลูกเต๋าสุดเทพ พาไปรวยทั่วทุกมุมโลกตามความฝันของคุณ!

ภายในเกม มีตัวละครสุดสวย สุดเท่ห์ เต็มไปด้วยความสามารถที่แตกต่างกันมากมาย พร้อม Brown Cony และ Sally
อัลบั้มการ์ดแบบใหม่
เก็บการ์ดให้ครบ ก็ได้ไอเทมสุดหายาก ไม่ว่าจะเป็นการ์ดพิเศษ หรือรางวัลมากมายมาครอบครอง!

การ์ดดวง ใบเดียว พลิกทั้งเกม
ลุ้นกับการ์ดดวงที่ได้เมื่อตกช่องดวง ดวงจะดีหรือร้าย เกมจะพลิกไปขนาดไหน มาลุ้นกัน
มีทั้งการ์ดโจมตีเมืองฝ่ายตรงข้ามด้วยการแพร่เชื้อโรค การบังคับขาย บังคับบริจาค หรือบังคับแลกเมือง รวมทั้งการ์ดป้องการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม!
แผนที่มีมากกว่า 9 แผนที่ให้คุณเลือกตามความสนุก ความตื่นเต้น: แผนที่โลก แผนที่ประเทศไทย แผนที่อวกาศ แผนที่สวนสนุก แผนที่ผจญภัย แผนที่สมรภูมิรบ่ แผนที่ซอมบี้ แผนที่หัตถ์เทพ และใหม่ แผนที่ "ดินแดนเวทมนตร์"!

สนุก ตื่นเต้น ไปกับเพื่อนๆและครอบครัวได้ทุกที่ทุกเวลา!
สร้างทีมแข่งกับเพื่อน แล้วครอบครองเมืองต่างๆ ตามที่คุณอยากได้
ตอนนี้พร้อมที่จะไปรวยกันแล้วหรือยังล่ะ?
ความสนุกอีกมากมายรอคุณอยู่ในเกมนี้!
ชวนเพื่อนๆ และครอบครัวของคุณมาลุ้นรวยเงินล้านกันเถอะ!
//www.google.co.th/

การสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามกระบวนการเทคโนโลยี






การสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามกระบวนการเทคโนโลยี

กระบวนการทางเทคโนโลยี(Technological Process).
        กระบวนการเทคโนโลยี (Technological Process). คือ ขั้นตอนการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตหรือผลลัพธ์ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนการเทคโนโลยีก่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอย ตามที่มนุษย์ต้องการและเปลี่ยนแปลงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ เพราะมนุษย์มีความต้องการในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในการดำรงชีวิต ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาที่อาจเกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้น และบางครั้งปัญหาอาจเกิดการผลิตสิ่งของต่างๆไม่ตรงตามความต้องการไม่ได้คุณภาพจึงต้องมีการออกแบบ เพื่อจะนำมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว













ความสำคัญของกระบวนการทางเทคโนโลยี
         1. เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ 
         2. เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา
         3. เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ
ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนทางเทคโนโลยีทั้งหมด 7 ขั้นตอน ได้แก่
         1. กำหนดปัญหาหรือความต้องการ (Identification the problem,need or preference)
             กำหนดขอบเขตการแก้ปัญหา ระบุความต้องการให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร โดยเขียนเป็นข้อความสั้น ๆให้ได้ใจความชัดเจน
         2. รวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ(Information)
              เมื่อกำหนดปัญหาหรือความต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ เก็บรวบรวมข้อมูลและความรู้ทุกด้านที่ เกี่ยวข้องกับปัญหาหรือความต้องการเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการที่กำหนดไว้ ทำได้หลายวิธี เช่น
              • รวบรวมข้อมูลจากหนังสือ วารสารต่างๆ
              • สำรวจตัวอย่างในท้องตลาด
              • สัมภาษณ์พูดคุยกับคนอื่น
              • ระดมสมองหาความคิด
              • สืบค้นจากอินเตอร์เน็ต และจากแผ่นซีดีเสริมความรู้ ฯลฯ
ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่การได้วิธีการแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการในหลายแบบ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ซึ่งจะเป็นช่องทางที่สามารถใส่เนื้อหาที่เราต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้ และถือว่าเป็นช่องทางของการบูรณาการได้ดีที่สุด
         3.เลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Selection of the best possible solution)
             ในขั้นนี้ เป็นการตัดสินใจเลือกแนวคิดที่ดีที่สุดสำหรับแก้ปัญหา โดยนำข้อมูล และความรู้ที่รวบรวมได้มาประกอบกันจนได้ข้อสรุปว่า จะเลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือวิธีการสนองความต้องการเป็นแบบใด โดยวิธีการที่เลือกอาจยึดแนวที่ว่า เมื่อเลือกแล้วจะทำให้สิ่งนั้นดีขึ้น (Better) สะดวกสบายหรือรวดเร็วขึ้น(Fasterspeed) ประหยัดขึ้น (Cheaper) รวมทั้งวิธีการเหล่านี้ จะต้องสอดคล้องกับทรัพยากร (Resource) ที่มีอยู่
         4.ออกแบบและปฏิบัติ (Design and making)
           ขั้นตอนนี้ต้องการให้นักเรียนรู้จักคิดออกแบบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเครื่องใช้เสมอไป อาจเป็นวิธีการก็ได้ และการออกแบบไม่จำเป็นต้องเขียนแบบเสมอไป อาจเป็นแค่ลำดับความคิด หรือจินตนาการให้เป็นขั้นตอนซึ่งรวมปฏิบัติการลงไปด้วย นั่นคือเมื่อออกแบบแล้วต้องลงมือทำ และลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ออกแบบไว้
         5.ทดสอบ (Testing to see if it works)
            เป็นการนำสิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการนั้นทดลองใช้เพื่อทดสอบว่าใช้งานหรือทำงานได้ หรือไม่มีข้อบกพร่องอย่างไร ถ้ายังไม่ได้ก็ไปสู่ขั้นตอนต่อไป คือ ปรับปรุง แก้ไข